FORGOT YOUR DETAILS?

ตู้เย็น

ตู้เย็น

สังเกตได้ว่าในปัจจุบันนี้บ้านเกือบทุกหลังต้องมีตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งไว้ติดบ้านเลยนะคะ อีกทั้งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดไม่ได้เลยใช่มั้ยคะ เพราะตู้เย็นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากคนไทยในปจจุบันนี้หากไม่มีตู้เย็นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะคะ คำตอบก็คือก็อาหารหลายๆอย่าง เช่น เนื้อ นม และไข่ จะไม่สามารถเก็บได้นาน จะเน่าเสียง่าย ทำให้สิ้นเปลืองเงินทองเสียป่าวๆนะคะ

ตู้เย็นเป็นสิ่งประดิษฐ์ชนิดหนึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของเราเลยก็ว่าได้ค่ะ จากเดิมสมัยโบราณมาเขาได้ทำการเก็บเนื้อสัตว์โดยอาศัยการหมักเกลือ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลงไป ไม่สดใหม่ ทำให้รสชาติไม่อร่อยไม่ได้ดั่งใจ แต่ปัจจุบันนี้เราไม่ต้องกังวลกันอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะเพราะเทคโนโลยีได้ก้าวไกลมากขึ้น ทำให้เกิดการคิดค้นผลิตตู้เย็นขึ้นมาเพื่อคงความสดใหม่ในอาหาร อีกทั้งถ้าเป็นอาหารสำเร็จรูปที่ยังกินไม่หมด ก็สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานได้อีกด้วยนะคะ

ก่อนที่จะมีตู้เย็นคุณทราบหรือไม่ ว่าเขาใช้วิธีการอะไรเก็บถนอมอาหารเพื่อยื่นระยะเวลาที่เน่าเสียออกไป ง่ายมากเลยค่ะ สมัยก่อนที่จะมีตู้เย็นบนโลกใบนี้เขาสามารถเก็บรักษาอาหารได้โดยการแช่น้ำแข็งและเกร็ดหิมะกันนั่นเองค่ะ แต่วิธีการนี้ก็สามารถถนอมอาหารไว้ได้ในระยะเวลาที่สั้นๆไม่นานนัก การถนอมอาหารของเขาจะอยู่ในรูปแบบการขุดหลุมลงไปในพื้นดินจากนั้นก็ปูด้วยไม้หรือฟางแล้วนำน้ำแข็งหรือหิมะใส่ลงไปในหลุม เพื่อใช้เก็บรักษาอาหารนั่นเอง

คุณคงจะสงสัยไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะว่าใครเป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์ตู้เย็นขึ้นมา และเพราะเหตุผลอะไรที่เขาได้คิดค้นวันนี้เรามาทำความเข้าใจกับตู้เย็นให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

ประวัติความเป็นมาของตู้เย็น

– ปี ค.ศ.1748 วิลเลียม คัลเลน (William Cullen) ได้ทำการสร้างรูปแบบจำลองของตู้เย็นขึ้นเป็นครั้งแรกค่ะ ที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ แต่เป็นการคิดค้นครั้งนี้เป็นแค่รูปแบบจำลองเท่านั้นนะคะไม่สามารถใช้ได้จริงเขาจึงไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่ค้นพบและคิดค้นประดิษฐ์ตู้เย็นล่ะค่ะ

– ค.ศ. 1805 โอลิเวอร์ อีวานส์ (Oliver Evans) นักประดิษฐ์ชางอเมริกัน ได้ริเริ่มทำการออกแบบตู้เย็นเครื่องแรกขึ้นมาแต่ก็ใช้งานไม่ได้อีกเช่นกัน อีวานส์จึงกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการออกแบบรูปแบบตู้เย็นในอนาคตเท่านั้นเองค่ะ

– หลังจากนั้น ค.ศ. 1834 จาคอบ เพอร์กินส์ เป็นคนแรกที่สามารถคิดค้นและประดิษฐ์ตู้เย็นเครื่องแรกของโลกได้อย่างจริงจัง และสามารถใช้งานได้อีกทั้งเป็นรูปแบบแรกที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ค่ะ

– ในเวลาต่อมาหลายสิบปี่ จอห์น กอร์รี (John Gorrie) นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ได้สร้างตู้เย็นที่อิงความคิดของ เพอร์กินส์กับการรออกแบบของอีวานส์ขึ้นมาอีกครั้ง

– ตู้เย็นได้ถูกจดสิทธิบัตรกระบวนการทำก๊าซให้เป็นของเหลวเป็นครั้งแรกโดย วิศวกรชาวเยอรมันที่ชื้อว่า คาร์ล วอน ลินเดน ในปี ค.ศ.1876 ซึ่งการจดลิขสิทธิ์ครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนยีการทำความเย็นเบื้องต้นก็ว่าได้นะคะ

– ตู้เย็นในขณะนั้นใช้ก๊าซที่เป็นพิษในการทำความเย็น ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งในช่วงยุค 1920 เมื่อก๊าซพิษเหล่านั้นได้ รั่วไหลออกจากตู้เย็นซึ่งเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งานไม่น้อยเลยนะคะดังนั้นบริษัทในอเมริกันได้รวมตัวกันทำวิจัยและพัฒนากระบวนการทำความเย็นที่เน้นให้ปลอดภัยแก่ผู้ใช้มากขึ้นมากขึ้น การวิจัยในครั้งนี้เป็นผลให้พวกเขาทำให้ค้นพบ สารฟรีออนในการทำความเย็นขึ้นมาในเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นเองนะคะ ซึ่ง คลอโรฟลูออโรคาร์บอนส์ ชนิดนี้เป็นภัยต่อชั้นโอโซนของโลกนั่นเอง และนี่ล่ะคะคือที่มาของคำว่าโลกร้อน

เมื่อเราทราบประวัติความเป็นมาของตู้เย็นกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคงไม่ใครอยากพลาดเรื่องการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้กันใช่มั้ยล่ะคะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

การทำงานของตู้เย็น

ขั้นตอนการทำงานนี้มีอยู่ไม่มากและไม่ซับซ้อนเท่าไหร่เลยค่ะ แค่เพียงเราอาศัยหลักการพื้นฐานทางฟิสิกส์เท่านั้นเอง โดยหลักการที่ว่านี้ก็คือ ของเหลวจะสามารถระเหยได้อย่างรวดเร็วภายใต้แรงกดดัน ส่วนไอที่ระเหยขึ้นมานั้นจะใช้พลังงาน kinetic และดึงอุณหภูมิที่ต้องการจากพื้นที่ที่มันอยู่ในขณะนั้น เป็นสาเหตุทำให้พลังงานในพื้นที่นั้นค่อยๆลดลงและเกิดความเย็นนั่นเองค่ะ ดังคำกล่าวที่ว่าเป็นการการกำจัดความร้อนจากพื้นที่ปิดหรือวัตถุนั่นเองค่ะ เพื่อทำให้อุณหภูมิภายในตู้เย็นต่ำลง จากนั้นตู้เย็นใช้ไอระเหยจากของเหลวเพื่อดูดซับความร้อนจากภายในตู้เย็น และเป็นผลที่ทำให้เกิดอุณหภูมิที่เย็นจัดภายในตู้เย็นขึ้นค่ะ เห็นมั้ยล่ะค่ะว่ามันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน และง่ายต่อการเข้าใจเป็นอย่างมาก

หลายบ้านตอนนี้คงคิดอยากจะเปลี่ยนตู้เย็นกันใช่มั้ยล่ะคะ แต่ยังไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับตู้เย็นเลย บางท่านไม่ทราบเสียด้วยซ้ำว่าตู้เย็นมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะแก่การใช้งานในลักษณะไหน ขอแนะนำเลยนะคะว่าให้คุณใจเย็นๆแล้วศึกษาให้แน่ใจก่อนว่าคุณจะใช้ต็เย็นในลักษณะไหนที่ตรงต่อความต้องการของคุณเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองและจะได้ยืดระยะเวลาการใช้งานของตู้เย็นอีกด้วยค่ะ

ประเภทของตู้เย็นมีดังต่อไปนี้

  1. ตู้เย็นแบบประตูเดียวค่ะ

เป็นตู้เย็นที่มีลักษณะมีประตูเปิดเพียงประตูเดียวเท่านั้น ภายในสามารถแบ่งได้เป็นช่องๆ มีทั้งแช่แข็งและช่องแช่เย็น โดยจะมีช่องแช่เย็นอยู่ด้านบนสุดของตู้เย็นนะคะ ตู้เย็นประเภทนี้เป็นตู้เย็นที่ประหยัดไฟได้ดีกว่าตู้เย็นประเภทอื่นๆเลยนะคะ ซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เป็นตู้เย็นนิยมใช้ในห้องพักโรงแรม และในบ้านเรื่องที่มีสมาชิกไม่มากนักค่ะ

  1. ตู้เย็นแบบสองประตู

ตู้เย็นที่มีลักษณะสองประตูสำหรับเปิดช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็งแยกออกจากกันนะคะ เพื่อง่ายและความสะดวกสบายเวลาหยิบจับอาหารออกมาจากตู้เย็น และมีการแบ่งสันปันส่วนได้ดีกว่าตู้เย็นชนิดแรก มีทั้งแบบช่องแช่แข็งอยู่ด้านบน หรืออยู่ด้านล่างให้เลือกแล้วแต่ความชอบของตัวผู้ใช้งานเองนะคะ

  1. ตู้เย็นแบบ side by side

ตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเลยค่ะ มีประตูสองบาน สามารถเปิดออกได้ทั้งซ้าย และขวา ซึ่งตู้เย็นชนิดนี้จะได้รับนิยมมากในยุโรปและอเมริกา เนื่องจากพวกเขานิยมซื้อครั้งละมากๆ ดังนั้นจึงต้องการตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่สำหรับการกักตุนเก็บอาหารได้ทีละมากๆ รวมทั้งช่องแช่แข็งที่มีประสิทธิภาพสามารถรักษาอาหารไว้ได้นานนะคะมิเช่นนั้นอาหารเหล่านั้นก็จะเน่าเสียได้ค่ะ

เมื่อเราได้ทราบประเภทกันแล้วหลายคงจะได้แนวทางในการเลือกซื้อตู้เย็นให้ตรงกับความต้องการกันไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะคะ แต่อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจไปนะคะเพราะหากคุณรู้ประเภทแล้ว แต่คุณไม่รู้วิธีการเลือกซื้อตู้เย็นที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับความต้องการของคุณแล้ว คุณจะเลือกซื้อตู้เย็นที่ดีและตรงกับความต้องการได้อย่างไรล่ะค่ะ ดีไม่ดีแล้วคุณอาจได้ตู้เย็นที่ไม่มีคุณภาพมาก็ได้ค่ะ อดทนสักนิดแล้วมาอ่านหัวข้อนี้นะคะ

วิธีการเลือกซื้อตู้เย็น

1 คุณควรเลือกซื้อตู้เย็นให้มีที่มีขนาดคิวที่เหมาะสมกับสมาชิกที่ใช้ภายในครอบครัวและความจำเป็นที่ต้องใช้งานเท่านั้นนะคะไม่ต้องเลือกตู้เย็นที่ใหญ่มากเพรามันจะสิ้นเปลืองโดยไม่ใช่เหตุเลยค่ะ หากครอบครัวคุณมีสมาชิก 3-4 คน ควรใช้ตู้เย็นขนาด 4.5-6 คิวก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะค่ะ

2 เพื่อความปลอดภัยของคุณข้อต่อไปนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อตู้เย็นเป็นอย่างมากเลยนะคะ หากคิดจะซื้อตู้เย็นคุณควรดูว่าตู้เย็นชนิดนั้นเป็นตู้เย็นที่มีฉนวนกันความร้อนชนิดโฟมฉีดและมีผนังหนาหรือไม่ เพราะมันจะช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้าสู่ตู้เย็นได้ ทำให้อาหารที่แช่ เย็นได้ง่าย อีกทั้งปลอดภัยต่อการใช้งานไฟไม่รั่วไม่ช็อตอีกด้วยนะคะ

3 หากคุณกำลังลังเลใจ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกตู้เย็นกี่ประตูดี หากคุณต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดพลังงานขอแนะนำว่าควรจะเป็นตู้เย็นประตูเดียวนะคะ เพราะตู้เย็นแบบประตูเดียวจะใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าแบบ 2 ประตูเยอะเลยล่ะค่ะอีกทั้งมีราคาที่ย่อมเยาว์กว่าด้วยนะคะ

4 ในเศรษฐกิจยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประหยัดไว้ก่อนเป็นดีที่สุดนะคะ ทั้งนี้เราต้องเลือกใช้ตู้เย็นที่ประหยัดพลังงานเข้าไว้นะคะ โดวิธีการเลือกให้ดูที่ตู้เย็นว่ามีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 รึเปล่า เพราะมันจะช่วยได้มาที่เดียวค่ะ

5 ไม่ควรเลือกตู้เย็นที่มีการละลายน้ำแข็งอัตโนมัตินะคะ เพราะมันสิ้นเปลืองมาก อีกทั้งใช้พลังงานมากกว่าตู้เย็นที่ละลายน้ำแข็งด้วยการกดปุ่มคุณคงคิดไม่ถึงกันใช่มั้ยล่ะค่ะ ว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้จะเป็นต้นตอของค่าไฟที่บานปลายในบ้านคุณได้

6 หลายคนที่ชอบกดน้ำจากตู้เย็นที่รองรับน้ำอยู่ด้านนอกตู้ เพราะคิดว่าไม่ต้องเปิดตู้บ่อยจะได้ไม่เปลืองไฟ เปลี่ยนความคิดได้แล้วนะคะ เพราตู้เย็นในลักษณะนี้ใช้พลังงานมากกว่าที่คุณต้องเปิดตู้อีกนะคะ

7 ในภาวะโลกร้อนแบบนี้คุณคงไม่อยากเป็นต้นเหตุเหล่านั้นกันใช่มั้ยล่ะคะ ทำได้ง่ายๆแค่คุณหลีกเลี่ยงการซื้อตู้เย็นที่ใช้สารประกอบ CFC ในการทำความเย็นแค่นี้เอง คุณก็จะสามารถลดผลกระทบที่มีต่อชั้นโอโซนในบรรยากาศได้อย่างสบายใจเลยล่ะค่ะ

การเลือกซื้อตู้เย็นนอกจากจะดูรายละเอียดต่างๆแล้วควรสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับฉลากประหยัดไฟฟ้าด้วยนะคะ เพื่อแสดงว่าตู้เย็นใช้พลังงานไฟฟ้าที่เท่าไหร่ จำนวนค่าไฟฟ้าต่อปี และประสิทธิภาพอยู่ในระดับใด เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของคุณเพื่อจะได้พิจารณาเลือกซื้อตู้เย็นที่มีคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

มาตรฐานการประหยัดไฟมีดังนี้

สำหรับระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าของตู้เย็น จะแบ่งเป็นตัวเลข 5 ระดับ นั่นก็คือ

ระดับที่ 1 เป็นระดับที่มีประสิทธิภาพ ต่ำ

ระดับที่ 2 เป็นระดับที่มีประสิทธิภาพ พอใช้

ระดับที่ 3 เป็นระดับที่มีประสิทธิภาพ ปานกลาง

ระดับที่ 4 เป็นระดับที่มีประสิทธิภาพ ดี

ระดับที่ 5 เป็นระดับที่มีประสิทธิภาพ ดีมาก

ซึ่งบนฉลากที่เราเห็นนั้นจะแสดงระดับประสิทธิภาพเป็นตัวเลขและบอกความหมายของมันไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งมีตัวเลขแสดงการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหน่วยต่อปี และค่าไฟฟ้าเป็นบาทต่อปีพร้อมระบุยี่ห้อ และรุ่นของตู้เย็นประกอบด้วยอย่างชัดเจนนะคะ ดังนั้นเวลาที่คุณกำลังตัดสินใจเลือกซื้อควรดูตัวเลขพวกนี้อย่างถี่ถ้วนและชัดเจนด้วยนะคะ

เมื่อคุณได้ซื้อตู้เย็นแล้วคุณควรวางในที่ๆที่เหมาะสมต่อการวางตู้เย็นเพื่อการใช้งานที่มากขึ้น และเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดต่างๆได้นะคะ เพราะถ้าหากคุณวางมันในที่ที่ไม่เหมาะสมหรือวางในที่ๆไม่สมควรวางจะเกิดโทษตามมาอย่างใหญ่หลวงได้นะคะ บางครั้งร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตก็เยอะแยะไปตามหน้าหนังสือพิมพ์ วันนี้เรามาดูวิธีการติดตั้งกันค่ะ

การวางตู้เย็นอย่างเหมาะสม

ตู้เย็นของคุณควรจะอยู่บนพื้นที่เรียบ มั่นคงแข็งแรงนะคะ เพราะถ้าหากคุณวางมันพื้นที่ที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้เกิดการสั่นทะเทือนเกิดเสียงดังรบกวนคุณและคนในบ้านได้ ดีไม่ดีหากวางไม่เข้ารูปเข้ารอยเวลาเปิดใช้งานมันจะล้มทับตัวคุณยุ่งยากเข้าไปอีกนะคะ

คุณควรเลือกสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกในการวางตู้เย็นนะคะ ถ้าจะให้ดีควรห่างจากเพดานอย่างน้อย 30 ซม. และห่างจากผนังห้องด้านหลัง 15 ซม. และและด้าน 10 ซม. นะคะ เพื่อตู้เย็นเวลาทำงานจะได้ไม่ร้อนมาก

ข้อห้ามเลยนะคะห้ามตั้งตู้เย็นในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงหรือใกล้แหล่งความร้อนทุกชนิดเลยนะคะ อีกทั้งคุณแม่บ้านทั้งหลายที่ชอบเอาผ้าคลุมตู้เย็นกรุณาเอาออกเลยนะคะ เพราะมันทำให้การระบายอากาศของตู้เย็นไม่ดีพอค่ะ มิเช่นนั้นตู้เย็นของคุณก็จะมีอายุการใช้งานที่สั้นนะคะ

ข้อต้องห้ามอีกข้อหนึ่งเวลาติดตั้งตู้เย็นนะคะ คือห้ามวางในที่ที่มีความชื้น และห้ามวางบริเวรที่มีน้ำกระเด็นมาถึงโดยเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดไฟรั่วได้ อันตรายถึงชีวิตเลยนะคะ

เพื่อความปลอดภัย และป้องกันอุบัติเหตุต่าง ดังนั้นก่อนคุณจะทำการเสียบปลั๊กทุกครั้งต้องแน่ใจว่าแรงดันไฟฟ้าและความถี่ไฟฟ้าถูกต้องตามที่ระบุในคู่มือแล้วนะคะ และที่สำคัญต้องไม่เสียบปลั๊กร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นอีกด้วยนะคะ

หากมีการขนย้ายตู้เย็น เมื่อทำการขนย้ายเสร็จควรตั้งตู้เย็นทิ้งไว้ 3-6 ชั่วโมงนะคะ แล้วค่อยเสียบปลั๊กใช้งานขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้ระบบน้ำยาได้อยู่ในสภาวะที่สมดุลก่อน เพื่อการทำความเย็นอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ

เมื่อทำการติดตั้งตู้เย็นกันเรียบร้อยแล้วมีหลายคนมากเลยที่ชอบบ่นว่า อายุการใช้งานของตู้เย็นช่างน้อยนัก จะไม่ให้น้อยได้อย่างไรล่ะค่ะก็คุณเล่นใช้งานกันอย่างตามอำเภอใจ ไม่คิดที่จะถนอมกันเลย บางคนใช้งานหนัก ไม่รู้จักดูแลกันอีกด้วยเป็นเหตุให้ต้องเสียเงินในการซ่อมบ่อยครั้ง แต่ที่แย่ไปกว่านั้นบางคนให้งานไม่ถูกวิธีก็เกิดผลย้อนกลับมาสู่ตัวเองถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อกันเลยที่เดียวค่ะ ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นมีข่าวกันบ่อยครั้งที่โดนไฟซ็อตจนเสียชีวิต วันนี้เพื่อลดอัตราเสี่ยงเหล่านั้นคุณไม่อ่านหัวข้อนี้ไม่ได้แล้วนะคะ

วิธีการใช้งานตู้เย็นอย่างถูกต้อง

  • คุณควรรีบถอดปลั๊กทันทีหากไฟฟ้าดับหรือไฟตก หากเกิดไฟฟ้าดับภายในบ้าน สิ่งทีคุณควรทำเป็นอับดับแรกๆเลยนั่นคือควรรีบถอดปลั๊กออกทันทีนะคะ แล้วค่อยเสียบปลั๊กกลับเพื่อให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างปกติเมื่อไฟฟ้ามาเท่านั้นนะคะ แต่ทางที่ดีที่สุดควรเว้นระยะการถอดหรือเสียบปลั๊ก 5 นาทีนะคะเพื่อความสมดุลในการทำงานของตู้เย็นน่ะค่ะ
  • สำหรับแม่บ้านที่รีบร้อนกันเหลือเกินโปรดฟังทางนี้กันนะคะว่าไม่ควรเอาของร้อนๆเข้าไปในตู้เย็นโดยเด็ดขาด เพราะความร้อนจากอาหารหรือสิ่งของเหล่านั้นจะไปเพิ่มอุณหภูมิภายในตู้เย็นมากกว่าปกติ ทำให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ทำงานนานขึ้น กินไฟเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยนะคะ แล้วถ้าโดนคุณผู้ชายบ่นเรื่องค่าไฟก็ต้องทำใจนะคะหากยังไม่เปลี่ยนความประพฤติเหล่านั้น
  • หากคุณเคยได้ยินข่าวเรื่องปฏิกิริยาของสารแล้วทำให้ตู้เย็นระเบิดล่ะก็ ควรหลีกเลี่ยงสารเคมีต่างๆไปไว้ในตู้เย็นเลยนะคะ อาทิเช่น สารเคมี สี และสารไวไฟ เพราะอาจทำให้เกิดการเจือปนกับอาหารอีกด้วยและอาจเกิดปฏิกิริยากับความเย็นทำให้เป็นอันตรายได้ค่ะ
  • ที่สำคัญเลยไม่ควรเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นานๆ จะทำให้ความร้อนเข้าไปทำให้ภายในตู้สูญเสียความเย็น และตู้เย็นต้องเริ่มทำงานสะสมความเย็นใหม่ จึงไม่เป็นการประหยัดพลังงาน และทำให้อายุการใช้งานของตู้เย็นลดลงนั่นเองค่ะ จึงเป็นที่มาของคำบ่นต่างๆ
  • ไม่ควรน้ำเครื่องดื่มที่อาจระเบิดได้แช่แข็งโดยเด็ดขาดนะคะ เช่นเบียร์ หรือน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีก๊าซนั่นเองค่ะ
  • หมั่นทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำนะคะ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกของตู้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อีกทั้งควรหมั่นทำความสะอาดขดลวดหลังตู้เย็นด้วยนะคะ เพื่อขับไล่ความร้อนออกจากตู้เย็นที่อาจทำได้ด้วยการดูดฝุ่นที่เกาะอยู่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งก็ได้นะคะหากคุณไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่นัก
  • ข้อต้องห้ามที่ติดมากับคู่มือเลยค่ะว่าห้ามใช้ของมีคมงัดแงะน้ำแข็งที่เกาะติดภายในตู้เย็นเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจทะลุไปถึงฉนวนภายในได้ค่ะ
  • ทั้งนี้คุณควรหมั่นตรวจสอบการรั่วไหลของตู้เย็นให้บ่อยครั้งนะคะเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรักภายในบ้าน

นอกจากวิธีใช้ที่ถูกต้องแล้วคุณไม่ควรปล่อยปะละเลยที่จะดูแลรักษาตู้เย็นด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานที่มากขึ้นด้วย วันนี้เรามีมาแนะนำกันค่ะ

การดูแลรักษาตู้เย็น

  • ควรตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมนะคะ เพราะจะได้ลดการทำงานของตู้เย็นจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป และลดการใช้พลังงานอีกด้วยค่ะ
  • หมั่นขยันละลายน้ำแข็งอย่าให้น้ำแข็งเกาะในช่องน้ำแข็งมากจนเกินไปเสียล่ะ โดยวิธีง่ายๆและคุณไม่ต้องใช้เวลาที่นานนักเพียงแค่กดปุ่มละลายน้ำแข็งหรือดึงปลั๊กออกจนน้ำแข็งละลายหมดเท่านั้นเองค่ะ
  • ควรตั้งตู้เย็นห่างจากผนังทั้งด้านหลัง และด้านข้างอย่างน้อย 6 นิ้ว เพื่อให้การระบายความร้อนดีขึ้น และสามารถประหยัดพลังงานได้เยอะเลยนะคะ

เห็นมั้ยล่ะค่ะหากคุณเริ่มต้นที่ตัวคุณเอง ก็จะสามารถช่วยลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับคุณและครอบครัว เพียงแค่คุณสละเวลามาน้อยนิดเพื่อดูแลเอาใจใส่กับเครื่องใช้ไฟฟ้า หมั่นทำการตรวจสอบเป็นประจำ ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจในการเครื่องใช้ไฟฟ้าได้แล้วค่ะ

ถ้าคุณกำลังมองหาตู้เย็นเครื่องใหม่สักเครื่อง เราสามารถช่วยคุณได้นะคะ เพราะที่ คิทเช่นฟอร์ม ได้จัดสรรสินค้ามาหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกซื้อกันเลยนะคะ อีกทั้งบริการที่เป็นกันเอง หากคุณซื้อวันนี้เรามีบริการส่งฟรีถึงบ้านคุณ โดยทีคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการส่งครั้งนี้เลยล่ะค่ะ อีกทั้งทางเรามีสินค้าที่มีคุณภาพ หลากหลายชนิด และเป็นที่ยอมรับแก่บุคคลทั่วไป เราพร้อมที่จะให้บริการแก่คุณ รีบๆตัดสินใจกันเลยค่ะ หากท่านเลือกที่จะไว้วางใจกับเรา รับรองได้เลยค่ะว่าท่านจะไม่พบกับความผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ


KITCHENFORMศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว แบรนด์ชั้นนำคุณภาพ เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาอบ ไมโครเวฟ เครื่องดูดควัน อ่างล้างจาน เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำทุกเรื่องเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว – คิดจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในห้องครัว คิดถึงเรา “คิทเช่นฟอร์ม”

โทร. 0 2410 1487 Email: kitchenform.itt@gmail.com

 

TOP